ว่านพญาหอกหัก

ตะพิด ชื่อวิทยาศาสตร์: Typhonium flagelliforme (Lodd.) Blume วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก รูปทรงกลม ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปใบหอกแคบ โคนใบรูปหัวลูกศร ปลายใบแหลม ก้านใบกลมยาวสีเขียว  ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีเขียว ปลายสีแดงอ่อน ปลีดอกสีเหลือง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร พักตัวในฤดูหนาว น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ใช้เป็นสมุนไพรแก้โรคผิวหนัง เชื่อว่าเป็นว่านทางคงกระพันชาตรี หากกินจะรู้สึกคันมากเหมือนมีอะไรมาแทงลิ้น เนื่องจากสารแคลเซียมออกซาเลตที่อยู่ในต้นนั่นเอง

ว่านคางคก (มะอะอุ)

มะโนรา/ว่านมหาอุด/ว่านมหาอุตมะ/ว่านมะอะอุก้านเขียว/อุตพิด ชื่อวิทยาศาสตร์: Typhonium trilobatum (L.) Schott วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวคล้ายเผือก รูปกึ่งทรงกลม แตกหน่อเป็นปุ่มหัว ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ เมื่อต้นขนาดเล็ก ใบรูปหัวใจ เมื่อเจริญเต็มที่หยักเป็นแฉก 3-5 แฉก ปลายใบแหลม เส้นใบเป็นร่องตื้น ก้านใบกลม สีเขียวหรือดำ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีเขียว ปลีดอกสีแดง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง ต้องการความชื้นในอากาศสูง แสงแดด: แสงแดดรำไร พักตัวในฤดูหนาว น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: เป็นสมุนไพรแก้โรคเรื้อนกวางและโรคผิวหนังอื่นๆ โดยนำหัวมาทุบผสมกับเหล้า ทาบริเวณที่เกิดอาการ หมายเหตุ: ว่านต้นนี้คืออุตพิดสายพันธุ์หนึ่งนั่นเอง ดอกก็มีกลิ่นเหม็นคล้ายอุตพิด แต่กลิ่นอ่อนกว่ามาก […]

ดองดึง

ก้ามปู/คมขวาน/ดาวดึง/บ้องขวาน/พันมหา/มะขาโก้ง/ว่านก้ามปู/หัวขวาน/Climbing Lily/Creeping Lily/Gloriosa Lily/Vine Lily ชื่อวิทยาศาสตร์: Gloriosa superba L. วงศ์: Colchicaceae  ประเภท: ไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็ก อายุหลายปี มีหัวหรือเหง้าใต้ดิน ลำต้น: เลื้อยได้ไกล 1-3 เมตร ใบ: เดี่ยวออกสลับ รูปรี ขนาด 1-5 x 8-25 เซนติเมตร ปลายใบเปลี่ยนเป็นมือเกาะเรียวยาวออกเป็นเส้นม้วนงอ โคนมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียว ก้านใบสั้น ดอก: เดี่ยว ออกตามซอกใบ ดอกรูปถ้วย กลีบดอกสีแดง โคนกลีบดอกสีเหลืองรูปแถบ ขอบกลีบบิดเป็นคลื่น ปลายกลีบแหลมจำนวน 4-6 กลีบ เกสรเพศผู้เป็นเส้นยาว 5-6 อัน กางแผ่ออกมาด้านข้างสลับกับกลีบดอก เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 4-6 เซนติเมตร ออกดอกเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ผล: เป็นฝักรูปกระสวย ผิวมัน มีสันตื้น ขนาด […]

เปราะหอม

ว่านเปราะ  ว่านตีนดิน ว่านแผ่นดินเย็น ชื่อวิทยาศาสตร์: Kaempferia galanga L. วงศ์: Zingiberaceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ความสูง: ประมาณ 15 เซนติเมตร ลำต้น: ใต้ดินเป็นเหง้ารูปทรงกลมเรียงต่อกัน ขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร สีเขียวอมน้ำตาล เนื้อในสีขาว มีกลิ่นหอม ใบ: รูปรีป้อม เมื่อขยี้มีกลิ่นหอมเช่นกัน ดอก: สีขาว ปากสีขาว โคนแต้มสีม่วง ดิน: ดินร่วน น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: แยกเหง้า การใช้งานและอื่นๆ : เมื่อถึงฤดูหนาวจะพักตัว ควรงดให้น้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เหง้าเน่าเสียหาย หรือขุดเหง้าขึ้นจากดิน ผึ่งในที่ร่ม หรือเก็บเหง้าไว้รอขยายพันธุ์เพิ่มก็ได้ ♦ นิยมใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านกันมาก เพราะเชื่อว่าจะช่วยแก้โรคลมได้ทุกอย่าง บ้างก็ผสมกับยาหอม ♦ เด็กเล็ก ๆ ที่หายใจขัด […]

กระแตไต่ไม้

กระปรอกว่าว/สไบนาง/สะโมง/หัวว่าว/Oak-leaf Fern ชื่อวิทยาศาสตร์: Drynaria quercifolia (L.) J.Sm. วงศ์: Polypodiaceae ประเภท: เฟินอิงอาศัย ลำต้น: เป็นเหง้าทอดเลื้อย มีเกล็ดสีน้ำตาลปกคลุม ใบ: ใบที่ไม่สร้างสปอร์ (sterile frond) เป็นใบกาบรูปไข่หรือรูปโล่ ขอบหยักเป็นคลื่น ทำหน้าที่เก็บสะสมเศษซากอินทรียวัตถุ และใบที่สร้างสปอร์ (fertile frond) ยาวได้ถึง 20 เซนติเมตร มีก้านใบยาว ขอบใบหยักเป็นพูลึก มีอับสปอร์สีน้ำตาล เรียงขนานกับแนวเส้นกลางใบเป็นแถวเดียวหรือสองแถว ในฤดูหนาวใบจะเหี่ยวแห้งเหลือแต่เหง้า และผลิใบใหม่อีกครั้งในช่วงปลายฤดูร้อน ดิน: ดินหรืออิฐผสมกาบมะพร้าวสับ น้ำ: ปานกลาง แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: แยกเหง้าหรือเพาะสปอร์ การใช้งานและอื่นๆ : นิยมปลูกเป็นไม้แขวนหรือไม้กระถาง ♦ เป็นว่านทางเมตตามหานิยมที่ช่วยให้ค้าขายดี ♦ ชาวอีสานใช้เหง้าเป็นยาบำรุงเลือด ช่วยคุมธาตุ ขับปัสสาวะ ขับพยาธิ แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย สีเหลืองเข้ม หรือมีเลือดปน ภาวะไตพิการ […]

ว่านกระแจะจันทน์

เปราะเถื่อน/เปราะป่า ชื่อวิทยาศาสตร์: Kaempferia marginata Carey ex Roscoe วงศ์: Zingiberaceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: ใต้ดินเป็นเหง้ารูปทรงกลมเรียงต่อกัน สีเขียวอมน้ำตาลแดง เมื่อแก่มีสีดำ เนื้อในสีขาว มีรากสะสมอาหารเป็นตุ้มคล้ายกระชาย ใบ: เดี่ยวเรียงสลับ รูปทรงกลม มี 2 ใบแผ่แนบกับพื้นดิน แผ่นใบหนา ผิวใบเรียบ ขอบใบสีม่วงแดง เมื่อขยี้มีกลิ่นหอม ดอก: ช่อดอกผลิหลังออกใบที่ปลายลำต้นเทียม ใบประดับรูปใบหอก สีขาวอมเขียวอ่อน ดอกสีขาวแต้มสีม่วง ดิน: ดินร่วน น้ำ: ปานกลาง ในฤดูหนาวควรงดให้น้ำ เพื่อป้องกันหัวเน่า แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: แยกเหง้า การใช้งานและอื่นๆ : นิยมปลูกไว้กับบ้านเรือน ร้านค้า เพื่อเป็นเสน่ห์มหานิยม ♦หากพกติดตัวเพื่อติดต่อกิจการงานช่วยให้มีวาจาเป็นเสน่ห์ ♦ใช้เป็นส่วนผสมในการทำวัตถุมงคล เช่น ผงอิทธิเจ ♦โบราณนำเหง้ามาฝนผสมกับแป้งทาหน้า เพื่อรักษาผดผื่นและโรคผิวหนัง ♦ […]

keyboard_arrow_up